ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด สัตว์ป่าหายากบางชนิดที่พบในป่าตะวันออก
ReadyPlanet.com
dot
มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
dot
bulletหน้าหลัก
bulletแนะนำและประชาสัมพันธ์
bulletกิจกรรมของมูลนิธิฯ
bulletหน้ารวมบทความ
bulletกระดานสนทนา
bulletวารสารมณีบูรพา
bulletห้องแสดงภาพ
bulletเอกสารเผยแพร่
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletเบอร์โทรศัพท์หน่วยงาน
dot
คณะกรรมการ
dot
bulletประธานกรรมการ
bulletที่ปรึกษามูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการ
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายหารายได้
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการ
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรม
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตราษฎร
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุ์พืช
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายตรวจสอบและประเมินผล
bullet คณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมาย
bulletคณะอนุกรรมการฝ่ายงบประมาณ
dot
เวปที่น่าสนใจ
dot
bulletโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
bulletกองทัพบก
bulletกระทรวงพลังงาน
bulletกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
bulletกรมป่าไม้
bulletกรมอุทยานแห่งชาติฯ
bulletกรมควบคุมมลพิษ
bulletมูลนิธิอนุรักษ์ป่าตะวันตก
bulletธรรมชาติในป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
dot
วิดีโอคลิป
dot
bulletช้างปล้นอาหาร
bulletคนกับป่า
bulletช้างที่เขาใหญ่
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๑
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๒
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๓
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๔
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๕
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๖
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๗
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๘
bulletต้นกำเนิดแม่น้ำชี๙
bulletทริปโหด ภูสอยดาว
bulletภูสอยดาว (ท่องเที่ยว)


เครือข่ายกาญจนาภิเษก
สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง ๕


สัตว์ป่าหายากบางชนิดที่พบในป่าตะวันออก article

ชะนีมงกุฎ ( Hylobatess pileatusss )

ชะนีมงกุฎมีถิ่นการกระจายพันธุ์เฉพาะในป่าดิบที่มีชั้นเรือนยอดสูงทางภาคตะวันออกประเทศไทย และประเทศ ลาวกับประเทศกัมพูชา เท่านั้น มีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงกับชะนีมือขาว และในอดีตเคยจัดไว้เป็นชะนีชนิด เดียวกับชะนีมือขาว ลักษณะที่สำคัญของชะนีมงกุฎคือ สีของลำตัวจะขึ้นอยู่กับเพศของชะนี ชะนีมงกุฎเพศผู้ เมื่อโตขึ้นจะมีสีดำทั่วทั้งตัวยกเว้นยกเว้นบริเวณขนคิ้วจะเป็นแถบขาว และมีแถบสีขาว เป็นวงรอบกระหม่อม และมีขนสีขาวแข็งรอบอวัยวะเพศ ส่วนชะนีมงกุฎเพศเมียจะมีลำตัวสีเทาหรือเทาปนน้ำตาลอ่อน มีขนบนกระหม่อม สีดำดูคล้ายมงกุฎและจะมีขนบนหน้าอกลงไปถึงท้องน้อยเป็นสีดำ ส่วนลูกของชะนีมงกุฎเมื่อคลอดออกมาใหม่ ๆ จะมีสีขาว และจะ เปลี่ยนสีขนเมื่ออายุ ประมาณ 3 ปี ดังนั้นในช่วงวัยรุ่นชะนีมงกุฎจะมีสีของลำตัวที่ คล้ายคลึงกันและในเพศผู้เมื่ออายุประมาณ 5-6 ปี จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งตัว ชะนีมงกุฎจะกินผลไม้,ใบไม้,แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร
ชะนีชนิดนี้ทางอนุสัญญา CITES จัดอยู่ใน Appendix 1 คือเป็นชนิดพันธุ์ที่ตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากภาวะการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการลักลอบฆ่าแม่ชะนีเพื่อนำลูกชะนีมาเป็นสัตว์เลี้ยงประกอบ กับการที่สัตว์ชนิดนี้ มีถิ่นการกระจายพันธุ์ที่ค่อนข้างแคบจำกัด อยู่บริเวณ อินโดจีนเท่านั้น โอกาสที่ชะนีมงกุฎจะสูญพันธุ์ จึงมีอยู่สูงมาก ในพื้นที่ป่าตะวันออกพบมากในเขาสอยดาว และตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ชะนีมงกุฎ ได้รับการประกาศให้เป็น"สัตว์ป่าคุ้มครอง"


 

ตะกองหรือกิ้งก่ายักษ์( Physignathus cocincinus )

 ตะกองเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทกิ้งก่าชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดของตะกองจะยาวประมาณ 90-120 เซนติเมตร ( ปลาย จมูกถึงโคนหาง 35-50 เซนติเมตร และหางยาว 55-70 เซนติเมตร) โดยตะกองเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า ตะกองเพศผู้ราว 10-30 เซนติเมตร และจะมีหัวป้อมกว่า สีของลำตัวก็เข้มกว่า สีของตะกองจะมีสีเขียวและสัตว์ชนิดนี้ สามารถที่จะเปลี่ยนสีของมันให้เข้มขึ้น และอ่อนลงตามสภาพแวดล้อมได้
ตะกอง มีการกระจายทั่วไปในประเทศลาว, เวียดนาม,กัมพูชา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย ตะกองชอบที่จะอาศัยหากิน อยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์และมีสภาพป่าที่ค่อนข้างทึบ เช่นบริเวณป่าดิบแล้งริมลำห้วยที่มีน้ำไหล
สัตว์ชนิดนี้เวลามันตกใจพบว่ามันจะวิ่ง 2 ขาโดยหุบขาหน้าไว้แนบชิดลำตัว และโดยปกติเมื่อมีภัยมันจะกระโจนลงน้ำ และสามารถดำน้ำได้เป็นเวลานานๆ สำหรับอาหารที่มันกินก็คือ แมลงชนิดต่างๆ,กบ,เขียด,ปลาเล็กๆ,หนูตัวเล็กๆ และผลไม้บางชนิด ในที่กรงเลี้ยงพบว่าตะกองมีอายุถึง 30 ปี ตะกองจะมีฤดูกาลผสมพันธุ์ และวางไข่ในระหว่าง เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และในหนึ่ง ครั้งตะกองเพศเมียจะวางไข่ประมาณ 10 ฟอง ตะกองจะวางไข ่บริเวณพื้นดินที่มีลักษณะเป็นดินทรายและมันจะขุดหลุมลึกลงไปประมาณ 12-17 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 12-15 เซนติเมตร
ในปัจจุบันจำนวนประชากรของตะกองได้ลดลงจากในอดีดมาก เนื่องจากปัญหาการจับตะกองไปเป็นอาหาร ของชาวบ้านรอบๆป่า และปัญหา การบุกรุกทำลายป่าอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตะกองซึ่งมีผลให้บ้านของเจ้ากิ้งก่ายักษ์ถูกลดขนาดให้เล็กลง และผืนป่าตะวันออกแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งพันธุกรรมที่สำคัญแหล่งหนึ่งของตะกอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกาศให้ตะกองเป็น"สัตว์ป่าคุ้มครอง"


 

 

จระเข้น้ำจืด ( Crocodylus siamensis )

จระเข้ชนิดนี้มีการแพร่กระจายอยู่ใน ประเทศไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และเกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบอร์เนียว ของประเทศอินโดนีเซีย จระเข้น้ำจืดมักจะอาศัยอยู่ตามทะเลสาบในที่ราบ,บึงน้ำ,หนองน้ำ,แม่น้ำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บึงน้ำที่แยกออกมาจากแม่น้ำ และลำธารที่มีน้ำไหลเอื่อยๆ ซึ่งมีชายฝั่งเป็นโคลน,เลน นอกจากนี้ในอดีดพบว่าจระเข้น้ำจืด จะอาศัยและหากินในพื้นที่ชุ่มน้ำ ( WETLAND ) ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
จระเข้น้ำจืดเป็นจระเข้ชนิดที่มีขนาดลำตัวเล็ก ที่สุดในบรรดา จระเข้ทั้ง 3 ชนิด ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศไทย( อีก 2 ชนิดคือ จรเะข้น้ำเค็มและตะโขง )เมื่อโตเต็ม ที่จะมีขนาดลำตัวยาวไม่เกิน 4 เมตร และจะมีน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม มีสีของลำตัวค่อนข้างดำ ส่วนปากเมื่อมองจากด้านบนจะมีขนาดกว้างกว่าปากของจระเข้น้ำเค็ม และมีเกล็ด 4 เกล็ด เรียงตามขวางบนท้ายทอยระหว่าง ลูกตาทั้ง 2 ข้าง มีสันเล็กๆตามยาวอยู่ตรงกลางฝ่าเท้าคู่หลังจะมีพังผืดยึดระหว่างนิ้วเท้า แต่ไม่มากนัก
ฤดูกาลผสมพันธุ์ของจระเข้จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมจนไปถึงเดือนมีนาคมและแม่จระเข้จะวางไข่ในระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม โดยทั่วไปจระเข้น้ำจืดจะสร้างรังและขุดหลุมวางไข่โดยการนำซากพืชมากองไว้ปิดทับหลุมไข่ โดยเฉลี่ยจระเข้ จะวางไข่ครั้งละประมาณ 20-40 ฟอง และเพศของลูกจระเข้นี้จะถูกกำหนดโดยอุณหภูมิ คือถ้าหากอุณหภูมิในหลุมไข่ประมาณ 29 องศาเซลเซียส ลูกจระเข้จะใช้เวลา ในการฟักไข่ประมาณ 75-85 วัน ลูกจระเข้ส่วนใหญ่จะฟักออกมาเป็นเพศเมีย และถ้าหากหลุมไข่ของจระเข้มีอุณหภูมิประมาณ 32 องศาเซลเซียส ลูกจระเข้ที่ฟักออกมาส่วนใหญ่จะเป็นเพศผู้ แต่ในบางรังพบว่าจะมีลูกจระเข้ฟักออกมาทั้ง 2 เพศ จระเข้น้ำจืดจะกินปลา และสัตว์น้ำ เช่น กบ,เขียด เป็นอาหาร แต่ในบางครั้ง พบว่ามันจะกิน เก้งและกวางที่ลงมาใช้แหล่งน้ำเป็นอาหารด้วย และโดยธรรมชาติจระเข้น้ำจืดจะไม่ทำร้ายมนุษย์ ในปัจจุบัน ประชากรของจระเข้ใน แหล่งธรรมชาติได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนสูญพันธุ์ไปในหลายๆพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของ จระเข้น้ำจืดในอดีด เช่น ลุ่มน้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี,บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ฯลฯ
เนื่องจากหนังของจระเข้เป็นสินค้าที่มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกประกอบกับสัตว์ชนิดนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองและ ปกป้องจากกฎหมายอย่างจริงจัง แต่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2537 เจ้าหน้าที่ของทางสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ได้พบจระเข้น้ำจืดบริเวณลำคลอง สายหนึ่ง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังสามารถถ่ายภาพไว้ เป็นหลักฐานได้อีกด้วย ในปัจจุบันตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จระเข้น้ำจืดมีสถานภาพเป็น " สัตว์ป่าคุ้มครอง " 


ไก่ฟ้าหลังเงินจันทบูรณ์ ( Lophura nyethemmera lvisi )

ในปัจจุบันไก่ฟ้าชนิดนี้ในประเทศไทยอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากสภาพป่าซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมันถูกบุกรุกทำลายและเปลี่ยน สภาพเป็น พื้นที่เกษตรกรรม ประกอบกับการที่ไก่ฟ้าหลังเงินจันทบุรีมีถิ่นที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างจำกัด คือในพื้นที่บริเวณป่าตะวันออกนี้เท่านั้น ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก และตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ไก่ฟ้าหลังเงินจันทบุรีได้รับการประกาศให้เป็น " สัตว์ป่าคุ้มครอง "
ในประเทศไทย พบการกระจายของไก่ฟ้าชนิดนี้เพียงพื้นที่ป่า ตะวันออกนี้เท่านั้น โดยจะพบมากที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว,เขาคิชฌกูฏ,เขาสระบาป และบริเวณเขาบรรทัดซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ไก่ฟ้าหลังเงินจันทบุรี จะมีขนาดเล็กกว่าไก่ฟ้าหลังเงินธรรมดาเล็กน้อย ในเพศผู้จะมีสีของลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำเงินอมดำ มีลายเป็นรูปตัววีสีขาวอยู่ทุกเส้นขนตลอดปีกจนถึงสุดหางแนวขน ตั้งแต่ใต้คางจนถึงท้องเป็นสีน้ำเงินเข้มอมดำ หน้าสีแดงเข้ม แข้งสีแดง มีขนสีน้ำเงินเข้มอมดำเป็นกระจุก จากหัวยาวขนานกับลำตัว ซึ่งผิดกับไก่ฟ้าหลังเงินธรรมดา ซึ่งขนชนิดนี้จะราบไปตามท้ายทอย เพศเมียเป็นสีน้ำตาลแดง ทั้งขนบนหัวมีหงอนสีน้ำตาลแดงพาดชี้ยาว ไปทางด้านท้ายทอย หน้าและแข้งมีสีแดง ไม่มีเดือย ตั้งแต่ส่วนหัวลงมาและท้องจะมีสีน้ำตาลเข้มจางกว่า ส่วนลำตัวและส่วนหางไก่ฟ้าหลังเงินจันทบุรี จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างสูง เช่นบริเวณป่าดิบชื้น บนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว มีนิสัยหากินในเวลากลางวันโดยจะหากินกันเป็นคู่ๆหรือกลุ่มเล็กๆ การหากินจะใช้เท้าคุ้ยเขี่ย เช่น เดียวกับไก่บ้าน โดยจะหากินขุยไผ่,เมล็ดหญ้า,ลูกไทร,แมลง,ผลไม้ที่ร่วงหล่น จากลำต้น,ไส้เดือน,ตัวหนอน และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆเป็นอาหาร


ข้อมูล: มูลนิธิสืบนาคะเสถียร




กิจกรรม

งานสำคัญของประธาน
รับมอบผ้าห่มกันหนาว
ตรวจเยี่ยมโครงการสนับสนุนยุทธศาสตร์มูลนิธิฯ
ร่วมประชุมคณะกรรมการ
รับมอบเงินบริจาค
มอบของขวัญปีใหม่ประจำปี ๒๕๖๑
การแข่งขันม้าการกุศล
ตรวจเยี่ยมมอบของขวัญและอวยพรปีใหม่ ประจำปี 2560
รับมอบเงินบริจาค
ตรวจเยี่ยมโครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม
ประชุมวารสารมณีบูรพา
รับมอบรถยนต์บรรทุกขนาด ๑ ตัน
รับมอบผืนผ้าใบ
ร่วมพิธีวันต้นไม้ประจำของชาติ พ.ศ.๒๕๕๘
รับมอบเงินบริจาค
ประชุมคณะทำงานเพื่อศึกษาถนนหมายเลข ๓๒๕๙
การมอบทุนการศึกษาประจำปี ๒๕๕๘
การประชุมสามัญคณะกรรมการประจำปี ๒๕๕๗
รับมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
รับมอบผ้าห่มและเงินบริจาค
อวยพรเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2558
มอบผ่้าห่มกันหนาวให้ประชาชนภาคเหนือ
รับมอบเงินบริจาค
รับมอบผ้าห่มกันหนาว
ถวายราชสดุดี ๕ ธันวามหาราช
ร่วมกิจกรรมประชุมเสวนา
รับมอบรถยนต์บรรทุกขนาด ๑ ตัน แบบขับเคลื่อน ๔ ล้อ
ร่วมงานเปิดตัวหนังสือชุด Hot Guys, Hot Mind หล่อนี้....ที่หัวใจ
รับมอบเงินบริจาค สมาคมราชกรีฑาสโมสร
รับมอบเงินบริจาค บริษัท เลิศพิพัฒน์วัฒนา จำกัด
มอบทุนการศึกษา ประจำปี ๒๕๕๗
รับมอบเงินบริจาค
ประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้องโครงการขุดคูกั้นช้าง
การประชุมสามัญคณะกรรมการประจำปี ๒๕๕๖
มอบเงินประกันชีวิตกลุ่มให้กับญาติผู้เสียชีวิต
“ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา”
การช่วยเหลือช้างป่า article
รับมอบรถยนต์
ปฏิทินปี ๒๕๕๕
ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี
ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี
พิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี ๒๕๕* ให้กับบุตรเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
พิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี ๒๕๕๔ ให้กับบุตรเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกสนับสนุนมูลนิธิฯ
พิธีตรวจเยี่ยม, มอบของขวัญ และอวยพรปีใหม่ ๒๕๕๔
พิธีถวายเครื่องราชสักการะ, ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มอบเงินประกันชีวิตกลุ่มให้กับเจ้าหน้าที่
ประชุมวิสามัญคณะกรรมการ ครั้งที่ ๑
ประชุมสามัญคณะกรรมการมูลนิธิฯ ประจำปี ๒๕๕๔
พิธีรับมอบไดอารี่พร้อมปฏิทินแบบแขวน จากนางชมชนก วงษ์ฐากร กรรมการผู้จัดการ อรุณการพิมพ์ จำกัด
รับมอบเงินบริจาคจาก นายอธิก์ วงเวียน กรรมการผู้จัดการ บริษัทอธิเทเลคอม จำกัด
อวยพรวันคล้ายวันเกิดประธานกรรมการมูลนิธิฯ
รับมอบผ้าห่มกันหนาว
รับมอบผ้าห่ม
สรุปผลการปฏิบัติงานฝ่ายจัดหารายได้๑
ตามรอยค้นหา"วัวแดง" ถิ่นอาศัยป่าใหญ่ปางสีดา article
วารสารมณีบูรพา ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๑๖ ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๓
ตำนาน นกกรงหัวจุก
กิจกรรม ๑๒ สิงหา พระบรมราชินีนาถ ประจำปี ๒๕๕๓
อาจารย์ของผม article
ไทยประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ "นกแว่นใต้ article
เส้นทางแหล่งสีสันตะวันออก
ทัศนคติของผู้คน article
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๕๙ article
ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
การจัดสรรเวลาเพื่อพงไพร article
ภัยเงียบคุกคามสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน article
"ดินดี เพราะป่าปก" article
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน article
ฆาตกรรมช้างป่า อ่างฤาไน article
รับมอบเงินบริจาค
รับบริจาคผ้าห่มกันหนาวจากผู้มีจิตศรัทธา
มอบของขวัญและอวยพรปีใหม่ให้กับหน่วยในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
ประชุมเตรียมการมอบของขวัญและอวยพรปีใหม่
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า article
อวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
รับมอบผ้าห่มกันหนาว
ถวายราชสดุดี ๕ ธันวา มหาราช
เจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระญาณสังวร
ลงนามถวายพระพร
ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
การประชุมวิสามัญคณะกรรมการ ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๖
มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม
นักศึกษาเยี่ยมชมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
รับมอบเงินบริจาค 10 ก.ย. 56
รับมอบรถยนต์สนับสนุนมูลนิธิฯ 3 ก.ย. 56
โครงการ"ปลูกป่าให้ทั่วพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด"
รับมอบเงินบริจาค 9 ส.ค. 56
ถวายราชสดุดี ๑๒ สิงหา มหาราิชินี
ความสำคัญเชิงภูมิศาสตร์ป่าตะวันออกต่อสัตว์ป่า article
เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเงิน
ปลูกป่าเฉลิมพระเกยรติ ๑๒ สิงหา มหาราชินี
ถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประชุมวิสามัญคณะกรรมการครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕
ประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
รับมอบเงินบริจาค
รับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
รับมอบผ้าห่มช่วยภัยหนาว
มหันตภัยกระทิงฤาในทำร้ายคน article
รับมอบเงินบริจาค ๒ ล้านบาท
ประชุมวิสามัญคณะกรรมการครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๔
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ article
สมานฉันท์การอยู่ร่วมกันฅนกับสัตว์ป่า article
ถวายราชสดุดี ๑๒ สิงหา มหาราชินี
นกประจำชาติไทย article
ตรวจเยี่ยมโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ
Headline
ป่าชุมชน ความหมายของ "ป่า" และ "ชุมชน" article
สถานการณ์"สัตว์ป่าเมืองไทย" เพื่อนร่วมโลกที่ถูก"มนุษย์"คุกคาม article
ถนนกับสัตว์ป่า article
ข้อมูลป่าตะวันออก article